“Manchester United” กับแนวทางสโมสรที่แฟนบอลต้องยอมรับ

นับตั้งแต่การประกาศวางมือของบรมกุนซือ “เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน”  ในปี 2013 แมนฯยูไนเต็ดก็จัดการเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นว่าเล่น โดยก่อนหน้าคนปัจจุบันนี้ ได้ใช้งานกุนซือไปแล้วถึง 3 รายด้วยกัน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีรูปแบบแนวทางในการทำทีมที่แตกต่างกันออกไป     เริ่มจากทายาทอสูรอย่าง “เดวิด มอยส์” ที่มีแนวทางการทำทีมที่ชัดเจน เพราะหลังจากที่ “The Chosen One” ได้รับสัญญาระยะยาว ก็จัดการคว้าอดีตลูกรักอย่าง “มารูยาน เฟลไลนี่” มาร่วมทัพ พร้อมด้วยสไตล์การทำทีมที่เน้นลูกโด่งเป็นสำคัญ สร้างสถิติการครอสบอลมากที่สุดในเกมเดียวในการเจอกับฟูแล่ม โดยครอสไปถึง 82 ครั้ง พร้อมทั้งสร้างสถิติอันน่าประทับใจไว้มากมาย จนโดนแฟนๆและบอร์ดบริหารขับไล่ตั้งแต่ยังคุมทีมได้ไม่ครบขวบปีจากการเซ็นสัญญารวมทั้งหมด 6 ปีด้วยกัน     ต่อด้วยกุนซือมากประสบการณ์อย่าง “หลุยส์ ฟานกัล” ซึ่งเป็นปีที่แมนฯยูเริ่มเมกะโปรเจคในการใช้เงินซื้อความสำเร็จ หลังคว้านักเตะชื่อดังมาแล้วมากมาย อาทิ ราดาเมล เฟากัล, ดิมาเรีย, ลุค ชอว์, ชไวน์สไตเกอร์, เดปาย ฯลฯ ด้วยแผนการเล่น 3-5-2 ที่เลื่องลือ …

ศึกแดงเดือด !!! บิ้กแมทช์แห่งเกาะอังกฤษ

  แฟนลูกหนังทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอเกมบิ้กแมทช์คู่อริตลอดกาลแห่งเกาะอังกฤษในวันอาทิตย์ที่ 19/10/2562 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล หรือที่แฟนบอลชาวไทยของเรารู้จักกันในนามศึกแดงเดือด     ฟุตบอลในโลกการเจอกันระหว่างสองทีมในเมืองเดียวกันแน่นอนมันเป็นอะไรที่เดือดดาลอยู่แล้ว อาทิเช่น ดาร์บี้เมืองมาดริดแห่งสเปน อย่างรีลมาดริด กับ แอตแลตติโก้ มาดริด หรือดาร์บี้แมทช์ลอนดอนระหว่างเชลซีกับอาร์เซนอล และอีกหลายๆเมืองแต่ศึกแดงเดือดที่เอ่ยถึงก่อนหน้านี้ไปนั้นไม่ได้อยู่เมืองเดียวกันแต่อย่างใดแล้วความบาดหมางจนเกิดเป็นดาร์บี้ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในดาร์บี้แมทช์ที่แฟนทั่วโลกตั้งตารอชมไปได้อย่างไร ??       การแข่งขันด้านเศรษฐกิจ แน่นอน พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจหรือภาษาชาวบ้านก็คือ เรื่องเงินๆทองๆนั้นแหละ หลายท่านอาจจะคิดว่าธรรมดาอยู่แล้วที่ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กับลิเวอร์พูลนั้นจะเรียกว่าดาร์บี้แห่งเกาะอังกฤษได้เพราะว่ากันว่านี่คือสองทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเกาะอังกฤษโดยช่วงยุค 1960-2000 ทั้งสองทีมเป็นคู่แข่งในการแย่งแชมป์ทั้งในประเทศและระดับทวีปอย่างยูฟ่าคัพหรือยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ณ ปัจจุบัน ก็แค่นั้นหรือเปล่าไม่ใช่แค่การแข่งขันเฉพาะในสนาม พวกเขายังมีการแข่งขันกันในด้านเศรษฐกิจอีกด้วย ย้อนกลับไปเมื่อ 120 กว่าปีที่แล้วทั้งสองเมืองอาจเป็นเพื่อนรักที่ดีต่อกันเลยก็ว่าได้โดยเมืองแมนเชสเตอร์ทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าฝ้าย ส่วนลิเวอร์พูลคือเมืองท่าเรือสำคัญของเกาะอังกฤษโดยสินค้าที่จะส่งออกของเมืองแมนเชสเตอร์จะต้องส่งผ่านเมืองลิเวอร์พูลที่เป็นเมืองท่าในขณะนั้น จนแล้วจนรอดเมื่อทั่วโลกเกิดปัญหาเศรษฐกิจทางทำให้คนเมืองแมนเชสเตอร์เองเดือดร้อนกันเป็นทิวแถวและต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยคิดว่าเมืองท่าอย่างลิเวอร์พูลนั้นเก็บค่าขนส่งสินค้าของพวกเขาแพงเกินไป ทำให้เมืองแมนเชสเตอร์จึงระดมทุมเพื่อขุดคลองยาวมาจากเมอร์ซีย์ไซด์เข้ามาที่เมืองแมนเชสเตอร์โดยตรง จากการทำท่าเรือของเมืองแมนเชสเตอร์ทำให้ผู้คนในเมืองลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งแต่ตรงกันข้ามกับชาวเมืองลิเวอร์พูลพวกเขามีคู่แข่งขึ้นมาใหม่ซึ่งเคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทำให้คนเมืองลิเวอร์พูลที่ทำงานเกี่ยวกับขนส่งสินค้าทางเรือหรือทำเกี่ยวกับท่าเรือตกงานกันเป็นทิวแถว และนี่คือจุดเริ่มต้นความบาดหมางของสองเมืองนี้ที่ไม่อาจหารอยต่อได้อย่างสิ้นเชิง     การแข่งขันในสนามฟุตบอล ในด้านฟุตบอลทั้งสองทีมยังคงเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่อันดันต้นๆของเกาะอังกฤษตั้งแต่สมัยที่ลีกอังกฤษยังเป็นดิวิชั่น 1 โดยลิเวอร์พูลนั้นได้แขมป์ดิวิชั่น 1 ไปถึง 18 ครั้ง ในขณะที่แมนยูได้เคยคว้ามาเพียงแค่ 7 …