พัฒนาการทีมชาติอังกฤษ จาก ‘อดีต’ สู่ ‘ปัจจุบัน’

ในฟุตบอลรายการระดับนานาชาติ ในช่วงปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นฟอร์มการเล่นและมีผลงานที่น่าสะดุดตาเลยทีเดียวสำหรับทัพ ‘ทรี ไลอ้อนส์’ ขุนพลทีมชาติอังกฤษ ทีมขวัญใจชาวไทยนั่นเอง โดยส่งท้ายในการลงเล่นฟุตบอลยูโร รอบแบ่งกลุ่มไปด้วยชัยชนะเหนือทีมชาติคอซอวอไปด้วยสกอร์ท่วมท้น 4-0     เด็กยุคนี้อาจจะสงสัยว่า เพราะเหตุใด ทีมชาติอังกฤษ จึงเป็นที่นิยมชมชอบในหมู่แฟนบอลชาวไทย ทั้งๆที่ทัพสิงโตคำรามนั้น เคยได้แชมป์โลกเพียงครั้งเดียว แถมนั่นมันก็เกิดขึ้นในปี 1966 เชื่อว่าหลายคนที่อ่านคงยังไม่เกิดด้วยซ้ำ ทีมชาติอังกฤษ น่าจะมาบูมจริงๆก็ช่วงยุคก่อนหน้านี้ไม่นาน เนื่องจากคนไทยนิยมดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมากที่สุดทำให้รู้สึกผูกพันและรู้จักกับนักเตะในพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างดี อาทิ นักเตะเท้าชั่งทองอย่าง ‘เดวิด เบคแฮม’ ซึ่งเชื่อว่าไม่มีสาวกลูกหนังคนไหนไม่รู้จักเป็นแน่ ซึ่งก็น่าจะได้ฐานแฟนบอลจากแฟนๆปีศาจแดงไปไม่น้อย หรือนักเตะรูปงามอย่าง ‘สตีเว่น เจอราร์ด’ ที่สามารถดึงดูดแฟนๆหงส์แดง ให้มาเชียร์ทีมชาติอังกฤษได้อย่างท่วมท้น ยังไม่รวมถึงอดีตนักเตะดาวดังอย่าง เวย์น รูนีย์, ไมเคิ่ล โอเว่น, แฟรงค์ แลมพาร์ด, จอห์น เทอรี่, ริโอ เฟอร์ดินาน ฯลฯ แต่ก็ยังคงไปไม่ถึงฝั่งฝันเท่าที่ควร สำหรับทัพ ทรี ไลอ้อนส์ ในปัจจุบันนั้น แม้จะไม่มีนักเตะซุปเปอร์สตาร์คับคั่งอะไรมากมาย แต่ผลงานในระยะหลังที่ผ่านมา ต้องบอกว่าไม่เลวเลยทีเดียว …

ลิเวอร์พูล กับระบบเจาะรถบัสรูปแบบใหม่

  นัดที่ผ่านมาของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลมีโอกาสรับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ทีมยักษ์ใหญ่จากลอนดอนเกมเมื่อคืนนี้ทั้งคู่ใส่กันอย่างเต็มรูปเกมก็เป็นไปอย่างที่คาดว่าลิเวอร์พูลทีมที่ฟอร์มดีกว่าจะบุกเข้าใส่และดาหน้าเข้าทำประตูกันยกใหญ่และก็ถูกปฎิเสธโดยผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนติน่านามว่าเปาโล กาซซานิก้าผู้รักษาประตูของสเปอร์ที่ช่วยทีมโชว์ฟอร์มเซฟอุดตลุดแต่ก็ไม่ช่วยทำให้สเปอร์รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้ โดยลิเวอร์พูลชนะสปอร์ไป 2-1 ทั้งๆที่เสปอร์ได้ประตูนำก่อนและหลังจากนั้นลิเวอร์พูลครองบอลได้มากกว่าและเป็นทีมที่เปิดเกมบุกโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่องจนได้คืนมาสองประตูรวดและทำสถิติชนะตั้งแต่เปิดฤดูกาลเป็นนัดที่ 9 แล้ว   โดยความเห็นของตัวผู้เขียนเองหลังจากได้ดูนัดนี้แล้วผู้เขียนประทับใจอยู่อย่างนึงซึ่งจริงๆแล้วประทับใจมาหลายนัดแล้ว นั่นก็คือทีมลิเวอร์พูลตอนนี้เหมือนเริ่มที่จะมีระบบที่จะให้พอจะใช้ในการที่จะเจอทีมที่เน้นเกมรับหรือรถบัสได้ดีขึ้นแล้ว นั่นคือระบบ 4-3-3 โดยลิเวอร์พูลเองจะใช้วิธีขึ้นเกมด้วยแบ็คทั้งสองข้างเป็นหลัก ซึ่งอาวุธหลักของแบ็คทั้งสองข้างของลิเวอร์พูลนั้นเป็นแบ็คประเภทเล่นเกมรุกได้ดีทั้งยังเปิดบอลได้แม่นยำทั้งคู่ และใช้กลางสามตัวโดยมีกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมเกมจากรับเป็นรุกคือจอร์แดน เฮนเดอร์สันมิดฟิลด์กัปตันทีม ส่วนเกมรุกจะเป็นจอร์นิจิโอ้ ไวน์นาดุมมิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอแลนด์ และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ กลางรับที่มีหน้าที่ทำทุกอย่างตั้งแต่การตัดเกม ชะลอเกมของฝั่งตรงข้าม ดึงจังหวะให้กับทีม หรือการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก หรือแม้แต้การสอดขึ้นมาทำประตูในหลายๆจังหวะอย่างฟาบินโญ่มิดฟิลด์ตัวรับชาวบราซิลนี่เองที่เข้ามาร่วมทีมเมื่อปีที่แล้วและทำให้ตอนนี้กลางรับที่ดูจะมีปัญหาของลิเวอร์พูลมาหลายฤดูกาลน่าจะจบลงไปหลังจากที่เขาได้เข้ามา และเกมรุกที่มีสามประสานสุดอันตรายซึ่งเราไม่ต้องบรรยายสรพคุณในเกมรุกของลิเวอร์พูลกันหรอกเพราะเราต่างรู้ว่ามันสะเด็ดเผ็ดร้อนแค่ไหน   หลายคนอาจจะเคยเข้าใจว่าแท็คติกที่จะเจาะทีมที่เล่นเกมรับแบบรถบัสเป็นหลักได้ต้องเล่นแบบใช้การครองบอล ต่อบอลให้มากๆคล้ายกับรูปแบบทีมของเป๊ปเท่านั้น ซึ่งระบบนี้ลิเวอร์คงทำไม่ได้แน่เลยเนื่องจากนักเตะลิเวอร์พูลเองไม่ใช่พวกนักเตะที่มีทักษะและวิชั่นสูง ๆ เท่าไหร่ถ้าเทียบกับนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้แต่เจอร์เก้น คล็อปปก็ยังพยายามที่จะหาระบบอันเหมาะสมกับทีมอย่างลิเวอร์พูลมาให้จนได้ ผมเชื่อว่าเมื่อแฟนบอลหงส์แดงหลายๆคนที่มีโอกาสนั่งดูก็ต้องคิดไปในทิศทางเดียวกันกับผมว่าทีมลิเวอร์พูลนั้นค่อย ๆ เคาะบอลและทำขึง โยนสลับแกนซ้ายขวาเพื่อถ่างหลังคู่แข่งออก พอได้จังหวะก็ครอสบอลเพื่อเข้าทำประตู แล้วจะให้แบ็คซ้ายและขวาของทีมลิเวอร์พูลเข้ามาครอสบอลโดยไม่จำเป็นจะต้องครอสลูกโด่งพวกเขาครอสบอลราวกับว่าซ้อมกันมาเป็นอย่างดี     อย่างที่เรารู้กันแบ็คสองข้างของลิเวอร์พูลอย่างเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อานโนลด์กับ แอนดริว โรเบริตสันทนั้นชอบเล่นเกมบุกและสามามารถทำได้ดีในการครอสบอลเป็นอย่างมากด้วย ทำให้ระบบการเข้าทำประตูของลิเวอร์พูลกลายเป็นระบบที่โคตรอันตรายต่อฝั่งตรงข้ามแม้ทีมฝั่งตรงข้ามอยากจะอุดได้ก็อุดไป ลิเวอร์พูลต่อบอล ทำชิ่ง เจาะไม่เข้าไม่เป็นไร เปิดบอลเข้าไปลุ้นเอาก็ได้และนัดที่เจอสเปอร์นี้เองที่ทำให้เราเห็นประสิทธิภาพการเล่นฟุตบอลในแบบเจอร์เก้น …