คอลัมน์ผีแดง : ทำไมต้อง ‘บรูโน่ เฟอร์นันเดส’ ?

ตกเป็นข่าวลืออยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์มาพักใหญ่ ๆ แล้ว สำหรับดีลของ ‘บรูโน่ เฟอร์นันเดส’ จอมทัพเลือดฝอยทองของสปอร์ติ้ง ลิสบอน โดยช่วงซัมเมอร์ เป็นสถานการณ์รักสามเศร้า เราสามคน ระหว่าง ‘บรูโน่’ ‘สเปอร์’ และ ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’ โดยในช่วงนั้น มีข่าวว่าทางต้นสังกัดอย่างลิสบอนนั้น ไม่ต้องการปล่อยนักเตะคนสำคัญของทีมออกไป ก่อนจะต่อสัญญากับกัปตันทีมรายนี้ในที่สุด แต่เมื่อช่วงที่ผ่านมา มีข่าวลืออีกว่าทางสโมสร สปอร์ติ้ง ลิสบอนนั้น กำลังประสบปัญหาทางการเงิน จำเป็นต้องปล่อยนักเตะตัวหลักออกจากทีม ทว่าดูเหมือนว่าทางท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์นั้น ได้เบนเป้าหมายไปที่ ‘เจดสัน เฟอร์นันเดส’ มิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสของทีมเบนฟิก้าแทนแล้ว หวยจึงตกมาอยู่กับปีศาจแดง ที่มีแววว่าจะได้นักเตะรายนี้ไปครอง คราวนี้ เรามาดูกันว่าดีล ‘บรูโน่ เฟอร์นันเดส’ นั้น อาจจะส่งผลอย่างไรบ้าง กับทีมอย่าง ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’     บทบาทตำแหน่ง ‘จอมทัพ’ หมายเลข 10 ครึ่งฤดูกาลที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่า หนึ่งในจุดอ่อนของทีมปีศาจแดง ก็คือตำแหน่งหมายเลข 10 หรือตำแหน่ง …

“การมี เอ็นดิดี้ เหมือนเรามีนักเตะ 2 คน”

ในนาทีนี้ เชื่อว่าคงไม่มีกองกลางตัวตัดเกมคนใดในพรีเมียร์ลีค ที่จะมีฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงไปกว่า ‘วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้’ นักเตะผู้ปิดทองหลังพระ พา ‘เดอะ ฟ็อกซ์’ เลสเตอร์ ซิตี้ บินสูง รั้งตำแหร่งรองจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในขณะนี้     จะบอกว่าเป็นทองหลังพระซะทีเดียวก็คงมิปาน เนื่องจากหากเรามาลองกางสถิติการเล่นนั้นของยอดมิดฟิลด์ตัวรับรายนี้ จัดว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และสถิติการลงเล่น 99 เกม ยิงไป 6 ประตู แอสซิสต์อีก 5 ลูก ก็ไม่ใช่จุดขายของเขาเพราะว่า เอ็นดิดี้ มีสถิติที่เด่นชัดในด้านการตัดบอล การเข้าปะทะที่เป็นเลิศ มิดฟิลด์ตัวรับชาวไนจีเรียนรายนี้ สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ปีแรกที่ย่างกรายเข้ามาในสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้แห่งนี้ โดยในฤดูกาล 2017/18 เอ็นดิดี้ ทำสถิติเข้าปะทะแย่งบอลได้มากที่สุด 138 ครั้ง และเมื่อฤดูกาล 2018/19 ที่ผ่านมา วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ มีจังหวะปะทะแย่งบอลจากคู่แข่งถึง 143 ครั้ง เหนือกว่านักเตะคนใดในพรีเมียร์ลีกถึง 2 ปี ติดต่อกัน นอกจากนี้ เอ็นดิดี้ ยังมีสถิติการตัดบอลสำเร็จได้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 …

ลิเวอร์พูล กับระบบเจาะรถบัสรูปแบบใหม่

  นัดที่ผ่านมาของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลมีโอกาสรับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ทีมยักษ์ใหญ่จากลอนดอนเกมเมื่อคืนนี้ทั้งคู่ใส่กันอย่างเต็มรูปเกมก็เป็นไปอย่างที่คาดว่าลิเวอร์พูลทีมที่ฟอร์มดีกว่าจะบุกเข้าใส่และดาหน้าเข้าทำประตูกันยกใหญ่และก็ถูกปฎิเสธโดยผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนติน่านามว่าเปาโล กาซซานิก้าผู้รักษาประตูของสเปอร์ที่ช่วยทีมโชว์ฟอร์มเซฟอุดตลุดแต่ก็ไม่ช่วยทำให้สเปอร์รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้ โดยลิเวอร์พูลชนะสปอร์ไป 2-1 ทั้งๆที่เสปอร์ได้ประตูนำก่อนและหลังจากนั้นลิเวอร์พูลครองบอลได้มากกว่าและเป็นทีมที่เปิดเกมบุกโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่องจนได้คืนมาสองประตูรวดและทำสถิติชนะตั้งแต่เปิดฤดูกาลเป็นนัดที่ 9 แล้ว   โดยความเห็นของตัวผู้เขียนเองหลังจากได้ดูนัดนี้แล้วผู้เขียนประทับใจอยู่อย่างนึงซึ่งจริงๆแล้วประทับใจมาหลายนัดแล้ว นั่นก็คือทีมลิเวอร์พูลตอนนี้เหมือนเริ่มที่จะมีระบบที่จะให้พอจะใช้ในการที่จะเจอทีมที่เน้นเกมรับหรือรถบัสได้ดีขึ้นแล้ว นั่นคือระบบ 4-3-3 โดยลิเวอร์พูลเองจะใช้วิธีขึ้นเกมด้วยแบ็คทั้งสองข้างเป็นหลัก ซึ่งอาวุธหลักของแบ็คทั้งสองข้างของลิเวอร์พูลนั้นเป็นแบ็คประเภทเล่นเกมรุกได้ดีทั้งยังเปิดบอลได้แม่นยำทั้งคู่ และใช้กลางสามตัวโดยมีกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมเกมจากรับเป็นรุกคือจอร์แดน เฮนเดอร์สันมิดฟิลด์กัปตันทีม ส่วนเกมรุกจะเป็นจอร์นิจิโอ้ ไวน์นาดุมมิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอแลนด์ และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ กลางรับที่มีหน้าที่ทำทุกอย่างตั้งแต่การตัดเกม ชะลอเกมของฝั่งตรงข้าม ดึงจังหวะให้กับทีม หรือการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก หรือแม้แต้การสอดขึ้นมาทำประตูในหลายๆจังหวะอย่างฟาบินโญ่มิดฟิลด์ตัวรับชาวบราซิลนี่เองที่เข้ามาร่วมทีมเมื่อปีที่แล้วและทำให้ตอนนี้กลางรับที่ดูจะมีปัญหาของลิเวอร์พูลมาหลายฤดูกาลน่าจะจบลงไปหลังจากที่เขาได้เข้ามา และเกมรุกที่มีสามประสานสุดอันตรายซึ่งเราไม่ต้องบรรยายสรพคุณในเกมรุกของลิเวอร์พูลกันหรอกเพราะเราต่างรู้ว่ามันสะเด็ดเผ็ดร้อนแค่ไหน   หลายคนอาจจะเคยเข้าใจว่าแท็คติกที่จะเจาะทีมที่เล่นเกมรับแบบรถบัสเป็นหลักได้ต้องเล่นแบบใช้การครองบอล ต่อบอลให้มากๆคล้ายกับรูปแบบทีมของเป๊ปเท่านั้น ซึ่งระบบนี้ลิเวอร์คงทำไม่ได้แน่เลยเนื่องจากนักเตะลิเวอร์พูลเองไม่ใช่พวกนักเตะที่มีทักษะและวิชั่นสูง ๆ เท่าไหร่ถ้าเทียบกับนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้แต่เจอร์เก้น คล็อปปก็ยังพยายามที่จะหาระบบอันเหมาะสมกับทีมอย่างลิเวอร์พูลมาให้จนได้ ผมเชื่อว่าเมื่อแฟนบอลหงส์แดงหลายๆคนที่มีโอกาสนั่งดูก็ต้องคิดไปในทิศทางเดียวกันกับผมว่าทีมลิเวอร์พูลนั้นค่อย ๆ เคาะบอลและทำขึง โยนสลับแกนซ้ายขวาเพื่อถ่างหลังคู่แข่งออก พอได้จังหวะก็ครอสบอลเพื่อเข้าทำประตู แล้วจะให้แบ็คซ้ายและขวาของทีมลิเวอร์พูลเข้ามาครอสบอลโดยไม่จำเป็นจะต้องครอสลูกโด่งพวกเขาครอสบอลราวกับว่าซ้อมกันมาเป็นอย่างดี     อย่างที่เรารู้กันแบ็คสองข้างของลิเวอร์พูลอย่างเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อานโนลด์กับ แอนดริว โรเบริตสันทนั้นชอบเล่นเกมบุกและสามามารถทำได้ดีในการครอสบอลเป็นอย่างมากด้วย ทำให้ระบบการเข้าทำประตูของลิเวอร์พูลกลายเป็นระบบที่โคตรอันตรายต่อฝั่งตรงข้ามแม้ทีมฝั่งตรงข้ามอยากจะอุดได้ก็อุดไป ลิเวอร์พูลต่อบอล ทำชิ่ง เจาะไม่เข้าไม่เป็นไร เปิดบอลเข้าไปลุ้นเอาก็ได้และนัดที่เจอสเปอร์นี้เองที่ทำให้เราเห็นประสิทธิภาพการเล่นฟุตบอลในแบบเจอร์เก้น …

“Manchester United” กับแนวทางสโมสรที่แฟนบอลต้องยอมรับ

นับตั้งแต่การประกาศวางมือของบรมกุนซือ “เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน”  ในปี 2013 แมนฯยูไนเต็ดก็จัดการเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นว่าเล่น โดยก่อนหน้าคนปัจจุบันนี้ ได้ใช้งานกุนซือไปแล้วถึง 3 รายด้วยกัน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีรูปแบบแนวทางในการทำทีมที่แตกต่างกันออกไป     เริ่มจากทายาทอสูรอย่าง “เดวิด มอยส์” ที่มีแนวทางการทำทีมที่ชัดเจน เพราะหลังจากที่ “The Chosen One” ได้รับสัญญาระยะยาว ก็จัดการคว้าอดีตลูกรักอย่าง “มารูยาน เฟลไลนี่” มาร่วมทัพ พร้อมด้วยสไตล์การทำทีมที่เน้นลูกโด่งเป็นสำคัญ สร้างสถิติการครอสบอลมากที่สุดในเกมเดียวในการเจอกับฟูแล่ม โดยครอสไปถึง 82 ครั้ง พร้อมทั้งสร้างสถิติอันน่าประทับใจไว้มากมาย จนโดนแฟนๆและบอร์ดบริหารขับไล่ตั้งแต่ยังคุมทีมได้ไม่ครบขวบปีจากการเซ็นสัญญารวมทั้งหมด 6 ปีด้วยกัน     ต่อด้วยกุนซือมากประสบการณ์อย่าง “หลุยส์ ฟานกัล” ซึ่งเป็นปีที่แมนฯยูเริ่มเมกะโปรเจคในการใช้เงินซื้อความสำเร็จ หลังคว้านักเตะชื่อดังมาแล้วมากมาย อาทิ ราดาเมล เฟากัล, ดิมาเรีย, ลุค ชอว์, ชไวน์สไตเกอร์, เดปาย ฯลฯ ด้วยแผนการเล่น 3-5-2 ที่เลื่องลือ …

ฟุตบอลเป็นกีฬา หรือ ธุรกิจ? ความจริงที่คุณไม่อาจแยกทั้งสองออกจากกันได้!!

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก สืบเนื่องมาจากเป็นกีฬาประเภททีมที่คนเข้าถึงง่าย คนจำนวนมากกว่า 50% รู้จักและดูเป็น รวมถึงผู้ชายมากกว่า 70% ผมเชื่อว่าต้องเล่นเป็น ดูเป็นแน่นอนครับ และสิ่งที่ตามมาหลังจากเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากๆแล้วนั้นก็คือเม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้าสู่ทีมฟุตบอลและสโมสรอย่างมีนัยสำคัญ   ยกตัวอย่างบอลลีกส์อังกฤษที่ว่าดังๆมันส์ๆ คุณลองคิดเล่นๆนะครับว่าปีๆหนึ่งมีนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจเดินทางไปเพื่อดูบอลมากแค่ไหน และจำนวนเงินที่หมุนเวียนในประเทศจากการท่องเที่ยวและการบริโภคมากแค่ไหน แค่คิดในด้านเดียวแค่นี้ก็รู้เลยว่า ฟุตบอลไม่อาจหลีกหนีออกจากเรื่องธุรกิจได้เลย กล่าวคือนักฟุตบอลและสโมสรฟุตบอลต่างก็ต้องการงบประมาณในการอัดฉีด หรือ ใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ยิ่งมีชื่อเสียง ยิ่งถูกจับตามองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องการเงินมาเพิ่มศักยภาพทั้งด้านสนามฟุตบอล ทีมงาน นักฟุตบอล อุปกรณ์กีฬา ฯลฯ  และด้วยเหตุนี้เองกีฬาฟุตบอลจึงมีสปอนเซอร์เข้าหาเป็นจำนวนมากตามไปด้วยเช่นกัน     คำถามที่ผมก็รู้ว่าคุณกำลังต้องการคำตอบ เพราะผมเองเกิดความสงสัยใคร่รู้จนต้องไปหาคำตอบมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็คือ… แล้วทีมฟุตบอลได้รายได้มาจากทางไหนบ้าง? ตามจริงแล้วสโมสรมีรายได้จากช่องทางหลัก ๆ อยู่ 3 ช่องทางครับ นั่นก็คือ ค่าตั๋วของผู้เข้าชมในสนามที่ซื้อเข้ามาดูการแข่งขัน ค่าใช้จ่ายที่ตกลงกันหลังจากเซ็นสัญญากับทางสปอนเซอร์แต่ละบริษัท และค่าลิขสิทธิ์ที่ได้จากการถ่ายทอดสดออกอากาศ ซึ่งลำดับสุดท้ายถือว่าเป็นเงินมหาศาลทีเดียว ยิ่งมีการผลิตซ้ำ นำไปทำข่าว ผลิตสื่อต่างๆจากเทปนั้นๆมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้จากช่องโทรทัศน์ต่างๆมากเท่านั้น รายได้เหล่านี้แปรผันตรงกับอันดับในลีกส์ด้วยครับ …ใช่เลย ถ้าอันดับตกเมื่อไหร่ ความเครียดและความกดดันไม่เพียงตกอยู่ที่นักกีฬา โค้ชและผู้ดูแลทีมฟุตบอลเท่านั้น ความเครียดและความกดดันเหล่านี้ยังตกอยู่กับผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดอีกด้วย     นอกจากนี้สโมสรยังมีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ทีมที่ถูกนำไปผลิตงานต่างๆ อาทิ เสื้อกีฬา …