พรีวิว : คาราบาวคัพ นัดชิงชนะเลิศ 1 มีนาคม แอสตัน วิลล่า พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

  ศึกคาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ ประจำฤดูกาลนี้ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าของแชมป์เก่ารายการนี้ และกำลังจะมีลุ้นเป็นแชมป์ 3 ปีซ้อน กับแอสตัน วิลล่า ทีมท้ายตารางของศึกพรีเมียร์ลีก ที่กำลังดิ้นรนหนีตกชั้น ซึ่งผ่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศได้แบบหักปากกาเซียน สำหรับเกมนี้จะลงเตะในวันที่ 1 มีนาคม เวลา 23.30 ตามเวลาประเทศไทย ณ สนามเวมบลีย์ โดยก่อนที่เกมจะเริ่มต้นขึ้น เราไปดูความพร้อมของทั้งสองทีมกันครับ   แอสตัน วิลล่า – ทัพสิงผงาด แอสตัน วิลล่า ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ของรายการนี้ เป็นครั้งที่ 9 โดยพวกเขาคว้าแชมป์รายการนี้ไปแล้วถึง 5 สมัย โดยสมัยล่าสุดเกิดขึ้นในปี 1996 ที่พวกเขาพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยสภาพผู้เล่นของแอสตันวิลล่าถือว่าค่อนข้างน่าหนักใจ เนื่องจากพวกเขาขาดบรรดาผู้เล่นตัวหลัก หลายรายไม่ว่าจะเป็น เวสลีย์ , จอห์น แม็คกินน์ , และทอม …

คอลัมน์ผีแดง : ทำไมต้อง ‘บรูโน่ เฟอร์นันเดส’ ?

ตกเป็นข่าวลืออยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์มาพักใหญ่ ๆ แล้ว สำหรับดีลของ ‘บรูโน่ เฟอร์นันเดส’ จอมทัพเลือดฝอยทองของสปอร์ติ้ง ลิสบอน โดยช่วงซัมเมอร์ เป็นสถานการณ์รักสามเศร้า เราสามคน ระหว่าง ‘บรูโน่’ ‘สเปอร์’ และ ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’ โดยในช่วงนั้น มีข่าวว่าทางต้นสังกัดอย่างลิสบอนนั้น ไม่ต้องการปล่อยนักเตะคนสำคัญของทีมออกไป ก่อนจะต่อสัญญากับกัปตันทีมรายนี้ในที่สุด แต่เมื่อช่วงที่ผ่านมา มีข่าวลืออีกว่าทางสโมสร สปอร์ติ้ง ลิสบอนนั้น กำลังประสบปัญหาทางการเงิน จำเป็นต้องปล่อยนักเตะตัวหลักออกจากทีม ทว่าดูเหมือนว่าทางท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์นั้น ได้เบนเป้าหมายไปที่ ‘เจดสัน เฟอร์นันเดส’ มิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสของทีมเบนฟิก้าแทนแล้ว หวยจึงตกมาอยู่กับปีศาจแดง ที่มีแววว่าจะได้นักเตะรายนี้ไปครอง คราวนี้ เรามาดูกันว่าดีล ‘บรูโน่ เฟอร์นันเดส’ นั้น อาจจะส่งผลอย่างไรบ้าง กับทีมอย่าง ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’     บทบาทตำแหน่ง ‘จอมทัพ’ หมายเลข 10 ครึ่งฤดูกาลที่ผ่านมาจะสังเกตได้ว่า หนึ่งในจุดอ่อนของทีมปีศาจแดง ก็คือตำแหน่งหมายเลข 10 หรือตำแหน่ง …

ลิเวอร์พูล กับระบบเจาะรถบัสรูปแบบใหม่

  นัดที่ผ่านมาของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลมีโอกาสรับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ทีมยักษ์ใหญ่จากลอนดอนเกมเมื่อคืนนี้ทั้งคู่ใส่กันอย่างเต็มรูปเกมก็เป็นไปอย่างที่คาดว่าลิเวอร์พูลทีมที่ฟอร์มดีกว่าจะบุกเข้าใส่และดาหน้าเข้าทำประตูกันยกใหญ่และก็ถูกปฎิเสธโดยผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนติน่านามว่าเปาโล กาซซานิก้าผู้รักษาประตูของสเปอร์ที่ช่วยทีมโชว์ฟอร์มเซฟอุดตลุดแต่ก็ไม่ช่วยทำให้สเปอร์รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้ โดยลิเวอร์พูลชนะสปอร์ไป 2-1 ทั้งๆที่เสปอร์ได้ประตูนำก่อนและหลังจากนั้นลิเวอร์พูลครองบอลได้มากกว่าและเป็นทีมที่เปิดเกมบุกโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่องจนได้คืนมาสองประตูรวดและทำสถิติชนะตั้งแต่เปิดฤดูกาลเป็นนัดที่ 9 แล้ว   โดยความเห็นของตัวผู้เขียนเองหลังจากได้ดูนัดนี้แล้วผู้เขียนประทับใจอยู่อย่างนึงซึ่งจริงๆแล้วประทับใจมาหลายนัดแล้ว นั่นก็คือทีมลิเวอร์พูลตอนนี้เหมือนเริ่มที่จะมีระบบที่จะให้พอจะใช้ในการที่จะเจอทีมที่เน้นเกมรับหรือรถบัสได้ดีขึ้นแล้ว นั่นคือระบบ 4-3-3 โดยลิเวอร์พูลเองจะใช้วิธีขึ้นเกมด้วยแบ็คทั้งสองข้างเป็นหลัก ซึ่งอาวุธหลักของแบ็คทั้งสองข้างของลิเวอร์พูลนั้นเป็นแบ็คประเภทเล่นเกมรุกได้ดีทั้งยังเปิดบอลได้แม่นยำทั้งคู่ และใช้กลางสามตัวโดยมีกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมเกมจากรับเป็นรุกคือจอร์แดน เฮนเดอร์สันมิดฟิลด์กัปตันทีม ส่วนเกมรุกจะเป็นจอร์นิจิโอ้ ไวน์นาดุมมิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอแลนด์ และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ กลางรับที่มีหน้าที่ทำทุกอย่างตั้งแต่การตัดเกม ชะลอเกมของฝั่งตรงข้าม ดึงจังหวะให้กับทีม หรือการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก หรือแม้แต้การสอดขึ้นมาทำประตูในหลายๆจังหวะอย่างฟาบินโญ่มิดฟิลด์ตัวรับชาวบราซิลนี่เองที่เข้ามาร่วมทีมเมื่อปีที่แล้วและทำให้ตอนนี้กลางรับที่ดูจะมีปัญหาของลิเวอร์พูลมาหลายฤดูกาลน่าจะจบลงไปหลังจากที่เขาได้เข้ามา และเกมรุกที่มีสามประสานสุดอันตรายซึ่งเราไม่ต้องบรรยายสรพคุณในเกมรุกของลิเวอร์พูลกันหรอกเพราะเราต่างรู้ว่ามันสะเด็ดเผ็ดร้อนแค่ไหน   หลายคนอาจจะเคยเข้าใจว่าแท็คติกที่จะเจาะทีมที่เล่นเกมรับแบบรถบัสเป็นหลักได้ต้องเล่นแบบใช้การครองบอล ต่อบอลให้มากๆคล้ายกับรูปแบบทีมของเป๊ปเท่านั้น ซึ่งระบบนี้ลิเวอร์คงทำไม่ได้แน่เลยเนื่องจากนักเตะลิเวอร์พูลเองไม่ใช่พวกนักเตะที่มีทักษะและวิชั่นสูง ๆ เท่าไหร่ถ้าเทียบกับนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้แต่เจอร์เก้น คล็อปปก็ยังพยายามที่จะหาระบบอันเหมาะสมกับทีมอย่างลิเวอร์พูลมาให้จนได้ ผมเชื่อว่าเมื่อแฟนบอลหงส์แดงหลายๆคนที่มีโอกาสนั่งดูก็ต้องคิดไปในทิศทางเดียวกันกับผมว่าทีมลิเวอร์พูลนั้นค่อย ๆ เคาะบอลและทำขึง โยนสลับแกนซ้ายขวาเพื่อถ่างหลังคู่แข่งออก พอได้จังหวะก็ครอสบอลเพื่อเข้าทำประตู แล้วจะให้แบ็คซ้ายและขวาของทีมลิเวอร์พูลเข้ามาครอสบอลโดยไม่จำเป็นจะต้องครอสลูกโด่งพวกเขาครอสบอลราวกับว่าซ้อมกันมาเป็นอย่างดี     อย่างที่เรารู้กันแบ็คสองข้างของลิเวอร์พูลอย่างเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อานโนลด์กับ แอนดริว โรเบริตสันทนั้นชอบเล่นเกมบุกและสามามารถทำได้ดีในการครอสบอลเป็นอย่างมากด้วย ทำให้ระบบการเข้าทำประตูของลิเวอร์พูลกลายเป็นระบบที่โคตรอันตรายต่อฝั่งตรงข้ามแม้ทีมฝั่งตรงข้ามอยากจะอุดได้ก็อุดไป ลิเวอร์พูลต่อบอล ทำชิ่ง เจาะไม่เข้าไม่เป็นไร เปิดบอลเข้าไปลุ้นเอาก็ได้และนัดที่เจอสเปอร์นี้เองที่ทำให้เราเห็นประสิทธิภาพการเล่นฟุตบอลในแบบเจอร์เก้น …

“Manchester United” กับแนวทางสโมสรที่แฟนบอลต้องยอมรับ

นับตั้งแต่การประกาศวางมือของบรมกุนซือ “เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน”  ในปี 2013 แมนฯยูไนเต็ดก็จัดการเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นว่าเล่น โดยก่อนหน้าคนปัจจุบันนี้ ได้ใช้งานกุนซือไปแล้วถึง 3 รายด้วยกัน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีรูปแบบแนวทางในการทำทีมที่แตกต่างกันออกไป     เริ่มจากทายาทอสูรอย่าง “เดวิด มอยส์” ที่มีแนวทางการทำทีมที่ชัดเจน เพราะหลังจากที่ “The Chosen One” ได้รับสัญญาระยะยาว ก็จัดการคว้าอดีตลูกรักอย่าง “มารูยาน เฟลไลนี่” มาร่วมทัพ พร้อมด้วยสไตล์การทำทีมที่เน้นลูกโด่งเป็นสำคัญ สร้างสถิติการครอสบอลมากที่สุดในเกมเดียวในการเจอกับฟูแล่ม โดยครอสไปถึง 82 ครั้ง พร้อมทั้งสร้างสถิติอันน่าประทับใจไว้มากมาย จนโดนแฟนๆและบอร์ดบริหารขับไล่ตั้งแต่ยังคุมทีมได้ไม่ครบขวบปีจากการเซ็นสัญญารวมทั้งหมด 6 ปีด้วยกัน     ต่อด้วยกุนซือมากประสบการณ์อย่าง “หลุยส์ ฟานกัล” ซึ่งเป็นปีที่แมนฯยูเริ่มเมกะโปรเจคในการใช้เงินซื้อความสำเร็จ หลังคว้านักเตะชื่อดังมาแล้วมากมาย อาทิ ราดาเมล เฟากัล, ดิมาเรีย, ลุค ชอว์, ชไวน์สไตเกอร์, เดปาย ฯลฯ ด้วยแผนการเล่น 3-5-2 ที่เลื่องลือ …

ศึกแดงเดือด !!! บิ้กแมทช์แห่งเกาะอังกฤษ

  แฟนลูกหนังทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอเกมบิ้กแมทช์คู่อริตลอดกาลแห่งเกาะอังกฤษในวันอาทิตย์ที่ 19/10/2562 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล หรือที่แฟนบอลชาวไทยของเรารู้จักกันในนามศึกแดงเดือด     ฟุตบอลในโลกการเจอกันระหว่างสองทีมในเมืองเดียวกันแน่นอนมันเป็นอะไรที่เดือดดาลอยู่แล้ว อาทิเช่น ดาร์บี้เมืองมาดริดแห่งสเปน อย่างรีลมาดริด กับ แอตแลตติโก้ มาดริด หรือดาร์บี้แมทช์ลอนดอนระหว่างเชลซีกับอาร์เซนอล และอีกหลายๆเมืองแต่ศึกแดงเดือดที่เอ่ยถึงก่อนหน้านี้ไปนั้นไม่ได้อยู่เมืองเดียวกันแต่อย่างใดแล้วความบาดหมางจนเกิดเป็นดาร์บี้ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในดาร์บี้แมทช์ที่แฟนทั่วโลกตั้งตารอชมไปได้อย่างไร ??       การแข่งขันด้านเศรษฐกิจ แน่นอน พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจหรือภาษาชาวบ้านก็คือ เรื่องเงินๆทองๆนั้นแหละ หลายท่านอาจจะคิดว่าธรรมดาอยู่แล้วที่ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กับลิเวอร์พูลนั้นจะเรียกว่าดาร์บี้แห่งเกาะอังกฤษได้เพราะว่ากันว่านี่คือสองทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเกาะอังกฤษโดยช่วงยุค 1960-2000 ทั้งสองทีมเป็นคู่แข่งในการแย่งแชมป์ทั้งในประเทศและระดับทวีปอย่างยูฟ่าคัพหรือยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ณ ปัจจุบัน ก็แค่นั้นหรือเปล่าไม่ใช่แค่การแข่งขันเฉพาะในสนาม พวกเขายังมีการแข่งขันกันในด้านเศรษฐกิจอีกด้วย ย้อนกลับไปเมื่อ 120 กว่าปีที่แล้วทั้งสองเมืองอาจเป็นเพื่อนรักที่ดีต่อกันเลยก็ว่าได้โดยเมืองแมนเชสเตอร์ทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าฝ้าย ส่วนลิเวอร์พูลคือเมืองท่าเรือสำคัญของเกาะอังกฤษโดยสินค้าที่จะส่งออกของเมืองแมนเชสเตอร์จะต้องส่งผ่านเมืองลิเวอร์พูลที่เป็นเมืองท่าในขณะนั้น จนแล้วจนรอดเมื่อทั่วโลกเกิดปัญหาเศรษฐกิจทางทำให้คนเมืองแมนเชสเตอร์เองเดือดร้อนกันเป็นทิวแถวและต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยคิดว่าเมืองท่าอย่างลิเวอร์พูลนั้นเก็บค่าขนส่งสินค้าของพวกเขาแพงเกินไป ทำให้เมืองแมนเชสเตอร์จึงระดมทุมเพื่อขุดคลองยาวมาจากเมอร์ซีย์ไซด์เข้ามาที่เมืองแมนเชสเตอร์โดยตรง จากการทำท่าเรือของเมืองแมนเชสเตอร์ทำให้ผู้คนในเมืองลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งแต่ตรงกันข้ามกับชาวเมืองลิเวอร์พูลพวกเขามีคู่แข่งขึ้นมาใหม่ซึ่งเคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทำให้คนเมืองลิเวอร์พูลที่ทำงานเกี่ยวกับขนส่งสินค้าทางเรือหรือทำเกี่ยวกับท่าเรือตกงานกันเป็นทิวแถว และนี่คือจุดเริ่มต้นความบาดหมางของสองเมืองนี้ที่ไม่อาจหารอยต่อได้อย่างสิ้นเชิง     การแข่งขันในสนามฟุตบอล ในด้านฟุตบอลทั้งสองทีมยังคงเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่อันดันต้นๆของเกาะอังกฤษตั้งแต่สมัยที่ลีกอังกฤษยังเป็นดิวิชั่น 1 โดยลิเวอร์พูลนั้นได้แขมป์ดิวิชั่น 1 ไปถึง 18 ครั้ง ในขณะที่แมนยูได้เคยคว้ามาเพียงแค่ 7 …