‘ลืมภาพเจ้าพ่อเกมรับของพวกเราไปซะ’ – ทีมชาติอิตาลี

ในภาพจำของชาวยุค 90 คงทราบกันดีว่า นึกถึงทีมชาติอิตาลี จะต้องนึกถึงเกมรับที่แข็งแกร่ง การเล่นแบบเน้นผลสกอร์ 4-0 หรือ 5-0 ไม่ต้องหวังจะได้เห็น โดยในศึกฟุตบอลโลกปี 2006 สามารถคว้าแชมป์และเสียประตูไปเพียงสองลูกเท่านั้นตลอดทัวร์นาเมนต์ แต่จากบัดนั้น อิตาลีไม่สามารถคว้าแชมป์อะไรได้อีกเลย จวบจนทุกวันนี้เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว     โรแบร์โต้ มันชินี่ แน่นอนว่า ทีมผลงานดี กุนซือผู้คุมทีมก็ต้องได้เครดิตเป็นธรรมดา และก็เป็นเช่นนั้น เมื่อ โรแบร์โต้ มันชินี่ ได้นำปรัชญาเกมรุกของตัวเอง เข้ามาผสานกับขุมกำลังของอิตาลีในยุคนี้ เลยกลายเป็นเหมือนเสือติดปีกไปเลย   ม้านอกสายตา จากที่เคยเป็นแค่ทีมนอกสายตา ตอนนี้สื่อหลายสำนักยกให้อิตาลีเป็นหนึ่งใน “ทีมคั่วแชมป์” ในศึกยูโร 2020 หลังจากทำผลงานเด็ดสะระตี่ คว้าชัยชนะ 10 นัดติดรวมทุกรายการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เก็บ แต้มครบทุกเม็ดในศึกยูโร รอบคัดเลือกที่เพิ่งจบลงไป   3 กำลังหลัก             ว่ากันว่า มาร์โก แวร์รัตติ เป็นนักเตะที่ มันชินี่ …

“อัศวินสีส้ม” กับการเดินทางครั้งใหม่…

เชื่อว่า ใครๆที่ติดตามฟุตบอลทีมชาติในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ จะทราบดีว่า “ทัพอัศวินสีส้ม”อย่างทีมชาติเนเธอแลนด์นั้น เป็นพี่ใหญ่อีกหนึ่งทีมบนเวทีระดับโลก เนื่องจากคับคั่งไปด้วยนักเตะชื่อดังมาทุกยุคทุกสมัย     แต่ด้วยสังขารของเหล่าซุปตาร์อย่าง ร็อบเบน, ชไนเดอร์, ฟาน เพอร์ซี่ และอีกหลาย ๆ คนที่เป็นกำลังหลักในยุคก่อนหน้านี้นั้น  ทิ้งรอยโหว่ใหญ่ๆไว้มากมาย เนื่องจากยากที่จะหาตัวแทน รวมถึงตัวโค้ช อย่าง กุส ฮิดดิ้ง กับ ดิค อัดโวคาท ในวัยใกล้ 70 ซึ่งทั้งคู่ถูกมองว่าล้าสมัยเกินไป ต่อมาได้ไปดึง แดนนี่ บลินด์ มาคุม ก็ดูเหมือนจะมือไม่ถึง ทำให้ชาวกังหัน เห็นได้ชัดถึงความตกต่ำจนน่าใจหายจริง ๆ จากการตกรอบแบ่งกลุ่มถึง 2 รายการด้วยกันก่อนหน้านี้   ทว่าเป็น โรนัลด์ คูมัน ที่สามารถปลุกอัศวินสีส้มให้กลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง มีการถ่ายเลือดเกิดขึ้น อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ตัวหลักหลายคนในชุดนี้อยู่กับทีมมาตั้งแต่ช่วงที่อัศวินสีส้มตกต่ำด้วยซ้ำ อาทิ ฟานไดจ์, เดปาย รวมถึงไวนัลดุม ที่รีดฟอร์มจนกลับมาทั้งหมด จนส่งผลดีต่อทีมชาติไปด้วย   ทางด้าน …