“การมี เอ็นดิดี้ เหมือนเรามีนักเตะ 2 คน”

ในนาทีนี้ เชื่อว่าคงไม่มีกองกลางตัวตัดเกมคนใดในพรีเมียร์ลีค ที่จะมีฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงไปกว่า ‘วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้’ นักเตะผู้ปิดทองหลังพระ พา ‘เดอะ ฟ็อกซ์’ เลสเตอร์ ซิตี้ บินสูง รั้งตำแหร่งรองจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในขณะนี้     จะบอกว่าเป็นทองหลังพระซะทีเดียวก็คงมิปาน เนื่องจากหากเรามาลองกางสถิติการเล่นนั้นของยอดมิดฟิลด์ตัวรับรายนี้ จัดว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว และสถิติการลงเล่น 99 เกม ยิงไป 6 ประตู แอสซิสต์อีก 5 ลูก ก็ไม่ใช่จุดขายของเขาเพราะว่า เอ็นดิดี้ มีสถิติที่เด่นชัดในด้านการตัดบอล การเข้าปะทะที่เป็นเลิศ มิดฟิลด์ตัวรับชาวไนจีเรียนรายนี้ สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ปีแรกที่ย่างกรายเข้ามาในสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้แห่งนี้ โดยในฤดูกาล 2017/18 เอ็นดิดี้ ทำสถิติเข้าปะทะแย่งบอลได้มากที่สุด 138 ครั้ง และเมื่อฤดูกาล 2018/19 ที่ผ่านมา วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ มีจังหวะปะทะแย่งบอลจากคู่แข่งถึง 143 ครั้ง เหนือกว่านักเตะคนใดในพรีเมียร์ลีกถึง 2 ปี ติดต่อกัน นอกจากนี้ เอ็นดิดี้ ยังมีสถิติการตัดบอลสำเร็จได้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 …

อาชาฟ ฮาคิมี่ (Achraf Hakimi) ของดีที่สเปนภูมิใจเสนอ!

    อาชาฟ ฮาคิมี่ ของดีจากสเปนส่งตรงจากกรุงมาดริดซึ่ง “ราชันย์ชุดขาว” รีลมาดริดนำตัวมาปลุกปั้นจากอะคาเดมี่มาตั้งแต่อายุเพียง 8 ปีเท่านั้น ปัจจุบันฮาคิมี่อายุ 21 ปี ซึ่งกำลังลงเล่นแบบยืมตัวกับ “เสือเหลือง”ดอร์ทมุนด์และกำลังทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมโดยทำประตูให้กับทีมเสือเหลืองถึง 7 ประตู 9 แอสซิสต์ จาก 61 นัดที่เขาลงเล่นถึงจะดูไม่เยอะแต่นี่คือดาวงรุ่งในตำแหน่งแบ็คขวา จากการยืมตัวไปเล่นเพียงปีกว่าๆฮาคิมี่ยึดตัวจริงและลงเล่นเป็นตัวหลักให้กับดอร์ทมุนด์มาโดยตลอด ถ้าฟอร์มของเขายังดีแบบนี้มีหวังฤดูกาลหน้าเราอาจจะเห็นเขาเป็นตัวหลักของรีลมาดริดทีมยักษ์ใหญ่จากสเปนก็เป็นได้                              เส้นทางสู่ยอดนักเตะ ประวัติของฮาคิมี่ดาวรุ่งคนนี้ถึงแม้จะผ่านการเล่นให้ทีมชาติโมร็อคโคชุดใหญ่มาแล้ว แต่ความจริงแล้วเจ้าตัวนั้นเกิดที่กรุงมาดริดประเทศสเปนนั้นแหละ แต่เขามีเชื้อสายโมร็อคโคจากพ่อและแม่ที่เป็นคนโมร็อคโค แม้จะสามารถเลือกเล่นให้กับทีมชาติสเปนได้ด้วยแต่เขาก็เลือกชาติบ้านเกิดของบรรพบุรุษของเขา เขาเริ่มเล่นฟุตบอลจากอะคาเดมี่เล็กๆอย่าง Ofigevi เขาคือเด็กที่เก่งกว่าเด็กคนอื่นในรุ่นเป็นกองหลังที่มีความเร็วและสามารถทำประตูได้ดีอีกด้วย ทำให้อยู่กับ Ofigevi ได้เพียงปีเดียว เขาก็ได้ย้ายไปอะคาเดมี่ของรีลมาดริดตั้งแต่แปดขวบและเพียงอายุ 19 ปีเขาก็ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ก่อนมาดริดจะเห็นว่าการปล่อยเขาไปยืมตัวกับทีมอื่นก่อนจะให้โอกาสลงสนามและประสบการณ์ที่ดีแก่เจ้าตัว ก่อนดอร์ทมุนด์จะดึงตัวฮาคิมี่ไปเล่นแล้วอย่างที่เราเห็นเขาเล่นตำแหน่งแบ็คขวาก็จริงแต่ถนัดทั้งสองเท้าและยังสามารถเล่นปีกขวาและแบ็คซ้ายร่วมด้วย ด้วยวิชั่นในการจ่ายบอล การเอาตัวรอดที่ดี การยิงประตูอันคมกริบทำให้ลูเซียน ฟาฟร์เฮดโค้ชดอร์ทมุนด์เคยจับเขามาเล่นมิดฟิลด์ตัวรุกในหลายๆนัดทำให้ฮาคิมี่มีชื่อขึ้นในสกอร์บอร์ดอยู่บ่อยครั้งจนได้รับฉายาว่า “Attacking defender” หรือกองหลังจอมบุก       จากการที่ฮาคิมี่ได้มาโชว์ฝีเท้ากับดอร์ทมุนด์แต่อย่าลืมว่าเขาเองก็มีสัญญาอยู่ที่รีลมาดริดและยิ่งฟอร์มดีแบบนี้แน่นอนดอร์ทมุนด์ต้องอยากได้ตัวเขาไปร่วมทีมแน่ๆแต่ด้วยวัยเพียง 21 ปีและฟอร์มสุดโหดรีลมาดริดต้นสังกัดที่แท้จริงของเขาคงไม่ปล่อยเขาไปแน่แท้ เครื่องหมายคำถามที่ยังเกิดกับตัวเขาปีหน้าเขาจะย้ายมาดอร์ทมุนด์ถาวรหรือจะกลับไปสู้ตำแหน่งตัวจริงที่รีลมาดริดซึ่งมีซุปเปอร์สตาร์อยู่เต็มทีมเวลาเท่านั้นจะเป็นคนบอกได้ว่าฮาคิมี่จะเป็นนักเตะระดับโลกอย่างที่หลายคนหวังไว้หรือไม่    

ลิเวอร์พูล กับระบบเจาะรถบัสรูปแบบใหม่

  นัดที่ผ่านมาของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลมีโอกาสรับการมาเยือนของ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ทีมยักษ์ใหญ่จากลอนดอนเกมเมื่อคืนนี้ทั้งคู่ใส่กันอย่างเต็มรูปเกมก็เป็นไปอย่างที่คาดว่าลิเวอร์พูลทีมที่ฟอร์มดีกว่าจะบุกเข้าใส่และดาหน้าเข้าทำประตูกันยกใหญ่และก็ถูกปฎิเสธโดยผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนติน่านามว่าเปาโล กาซซานิก้าผู้รักษาประตูของสเปอร์ที่ช่วยทีมโชว์ฟอร์มเซฟอุดตลุดแต่ก็ไม่ช่วยทำให้สเปอร์รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ไปได้ โดยลิเวอร์พูลชนะสปอร์ไป 2-1 ทั้งๆที่เสปอร์ได้ประตูนำก่อนและหลังจากนั้นลิเวอร์พูลครองบอลได้มากกว่าและเป็นทีมที่เปิดเกมบุกโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่องจนได้คืนมาสองประตูรวดและทำสถิติชนะตั้งแต่เปิดฤดูกาลเป็นนัดที่ 9 แล้ว   โดยความเห็นของตัวผู้เขียนเองหลังจากได้ดูนัดนี้แล้วผู้เขียนประทับใจอยู่อย่างนึงซึ่งจริงๆแล้วประทับใจมาหลายนัดแล้ว นั่นก็คือทีมลิเวอร์พูลตอนนี้เหมือนเริ่มที่จะมีระบบที่จะให้พอจะใช้ในการที่จะเจอทีมที่เน้นเกมรับหรือรถบัสได้ดีขึ้นแล้ว นั่นคือระบบ 4-3-3 โดยลิเวอร์พูลเองจะใช้วิธีขึ้นเกมด้วยแบ็คทั้งสองข้างเป็นหลัก ซึ่งอาวุธหลักของแบ็คทั้งสองข้างของลิเวอร์พูลนั้นเป็นแบ็คประเภทเล่นเกมรุกได้ดีทั้งยังเปิดบอลได้แม่นยำทั้งคู่ และใช้กลางสามตัวโดยมีกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมเกมจากรับเป็นรุกคือจอร์แดน เฮนเดอร์สันมิดฟิลด์กัปตันทีม ส่วนเกมรุกจะเป็นจอร์นิจิโอ้ ไวน์นาดุมมิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอแลนด์ และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ กลางรับที่มีหน้าที่ทำทุกอย่างตั้งแต่การตัดเกม ชะลอเกมของฝั่งตรงข้าม ดึงจังหวะให้กับทีม หรือการเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก หรือแม้แต้การสอดขึ้นมาทำประตูในหลายๆจังหวะอย่างฟาบินโญ่มิดฟิลด์ตัวรับชาวบราซิลนี่เองที่เข้ามาร่วมทีมเมื่อปีที่แล้วและทำให้ตอนนี้กลางรับที่ดูจะมีปัญหาของลิเวอร์พูลมาหลายฤดูกาลน่าจะจบลงไปหลังจากที่เขาได้เข้ามา และเกมรุกที่มีสามประสานสุดอันตรายซึ่งเราไม่ต้องบรรยายสรพคุณในเกมรุกของลิเวอร์พูลกันหรอกเพราะเราต่างรู้ว่ามันสะเด็ดเผ็ดร้อนแค่ไหน   หลายคนอาจจะเคยเข้าใจว่าแท็คติกที่จะเจาะทีมที่เล่นเกมรับแบบรถบัสเป็นหลักได้ต้องเล่นแบบใช้การครองบอล ต่อบอลให้มากๆคล้ายกับรูปแบบทีมของเป๊ปเท่านั้น ซึ่งระบบนี้ลิเวอร์คงทำไม่ได้แน่เลยเนื่องจากนักเตะลิเวอร์พูลเองไม่ใช่พวกนักเตะที่มีทักษะและวิชั่นสูง ๆ เท่าไหร่ถ้าเทียบกับนักเตะของแมนเชสเตอร์ ซิตี้แต่เจอร์เก้น คล็อปปก็ยังพยายามที่จะหาระบบอันเหมาะสมกับทีมอย่างลิเวอร์พูลมาให้จนได้ ผมเชื่อว่าเมื่อแฟนบอลหงส์แดงหลายๆคนที่มีโอกาสนั่งดูก็ต้องคิดไปในทิศทางเดียวกันกับผมว่าทีมลิเวอร์พูลนั้นค่อย ๆ เคาะบอลและทำขึง โยนสลับแกนซ้ายขวาเพื่อถ่างหลังคู่แข่งออก พอได้จังหวะก็ครอสบอลเพื่อเข้าทำประตู แล้วจะให้แบ็คซ้ายและขวาของทีมลิเวอร์พูลเข้ามาครอสบอลโดยไม่จำเป็นจะต้องครอสลูกโด่งพวกเขาครอสบอลราวกับว่าซ้อมกันมาเป็นอย่างดี     อย่างที่เรารู้กันแบ็คสองข้างของลิเวอร์พูลอย่างเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อานโนลด์กับ แอนดริว โรเบริตสันทนั้นชอบเล่นเกมบุกและสามามารถทำได้ดีในการครอสบอลเป็นอย่างมากด้วย ทำให้ระบบการเข้าทำประตูของลิเวอร์พูลกลายเป็นระบบที่โคตรอันตรายต่อฝั่งตรงข้ามแม้ทีมฝั่งตรงข้ามอยากจะอุดได้ก็อุดไป ลิเวอร์พูลต่อบอล ทำชิ่ง เจาะไม่เข้าไม่เป็นไร เปิดบอลเข้าไปลุ้นเอาก็ได้และนัดที่เจอสเปอร์นี้เองที่ทำให้เราเห็นประสิทธิภาพการเล่นฟุตบอลในแบบเจอร์เก้น …

วิเคราะห์บอลพรีเมียร์ลีกส์นัดที่ 9 ปี 2019

นัดที่ 9 จบไปแล้วและนี่คือ “สเน่ห์ของฟุตบอล” จบไปแล้วสำหรับฟุตบอลลีกที่คนดูมากที่สุดในโลกอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษ วันนี้เราจะมาดูว่าบรรดาทีมใหญ่ฟอร์มเป็นไปตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ และจะมีทีมเล็กทีมไหนที่ฟอร์มดีจนน่าตกใจกันบ้าง 9 นัดที่ผ่านมาน่าจะบอกทิศทางของแต่ละทีมไม่ได้มากก็น้อย              ตามเป้าหมายที่หวังไว้ แต่ละทีมมีเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไปและแน่นอนบรรดาทีมใหญ่เป้าหมายของพวกเขา คือแชมป์หรือบางทีมต้องการเพียงโควตาฟุตบอลถ้วยยุโรป เริ่มทีมแรกที่เป็นหัวตารางอยู่ตอนนี้อย่าง “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล พวกเขายังคงทำหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่งถึงแม้นัดล่าสุดจะเสมอและถูกหยุดสถิติชนะรวดไว้ที่ 8 นัดก็ตามแต่นัดล่าสุดที่พวกเขาเสมอคือการเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่โอลด์ทรัฟฟอร์ดซึ่งเป็นผลงานที่ไม่ได้น่าผิดหวังอะไรโดยในนัดล่าสุดถึงพวกเขาจะขาดศูนย์หน้าตัวเก่งอย่างโมฮัมเหม็ด ซาล่าห์แต่พวกเขายังครองเกมบุกใส่เจ้าบ้านและเกมนี้เองเกิดปัญหากรรมการมากมายที่แฟนบอลของหงส์แดงเองไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่นักแต่โดยรวมการที่ได้แต้มกลับแอนฟิลด์ก็เป็นอะไรที่น่าพอใจมากๆแล้ว มาต่อกันที่ทีมเต็งแชมป์อีกทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ 8 นัดแรกพวกเขาจะพลาดท่าพ่ายทีมที่เป็นรองกว่าอย่างวูฟล์แฮมตัน และ นอริช มาแต่นัดต่อมาพวกเขาก็คืนฟอร์มกลับมาเอาชนะ พาเลซ ไปอย่างสบาย การที่พวกเขาเป็นทีมเต็งแชมป์แต่ 9 นัดแรกแพ้ไปถึงสองเกมนั่นทำให้รู้ว่าพรีเมียร์ลีกเป็นอะไรที่หินกว่าที่อื่นเพราะที่นี่ทีมเล็กสามารถชนะทีมใหญ่ได้เสมอ เชลซี ของกุนซือดาวรุ่งของแฟรงค์ แลมพาร์ดพวกเขาก็ยังเกาะกลุ่มหัวตารางได้และที่น่าอุ่นใจของแฟนเชลซีอีกอย่างก็คือ การที่พวกเขามีดาวรุ่งพุ่งแรงขึ้นมาแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมโดยซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเขาโดนแบนการซื้อขายทำให้ฤดูกาลนี้พวกเขาจำเป็นต้องดันดาวรุ่งขึ้นมาและดาวรุ่งก็ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ และอีกทีมในลอนดอนอย่าง อาเซนอล พวกเขายังเจอปัญหาเกมรับที่แก้ไม่ตกแต่ต้องยอมรับว่าเกมรุกของไอ้ปืนใหญ่นั้นสะแด่วแห้วไปเลยนั่นทำให้พวกเขายังอยู่ในเส้นทางการลุ้นโควตาไปลุยถ้วยยุโรปอยู่             ผิดหวัง ผิดฟอร์ม และแน่นอนขึ้นชื่อว่าพรีเมียร์ลีกไม่ใช่ลีกที่จะให้บรรดาทีมใหญ่มาถลุงทีมเล็กง่ายๆอยู่แล้วมันจึงต้องมีทีมที่น่าผิดหวังอย่างแรงเลยทีมแรกที่เราพูดถึงไม่ได้เลยนั้นคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเองโดยผ่านไปแค่ 9 นัดพวกเขาแพ้ไปแล้วถึง 3 นัด จมอยู่อันดับที่ …

ความหวังของแฟนบอลไทย : คาดการณ์ไทยลีกส์ 2020

  ตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าบอลไทยก้าวหน้าไปกว่าเดิมมาก จากเมื่อก่อนที่ยังไม่เข้าถึงกลุ่มแฟนบอลคนไทยมากนัก แต่เดี๋ยวนี้แต่ละแมทช์ถือว่าดุเดือดและน่าติดตามมาก ๆ แถมยังทำให้คนมีอารมณ์ร่วม เริ่มมีแฟนบอลไทยลีกส์เกินขึ้นมากมายตามมา   ไทยลีกส์ 2019 ได้ปิดฉากลงเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าจะหักมุมกันจนวินาทีสุดท้ายก่อนจบการแข่งขัน ชนิดที่ว่าต้องลุ้นกันจนนั่งไม่ติดสเตเดียม บอกว่าเลยว่าบอลไทยปีนี้ทำผลงานได้ดีเตะตาแฟนบอลจริงๆครับ สนุกมากๆโดยเฉพาะท้ายๆซีซั่น แตกต่างจากปีก่อนๆที่อ่านเกมส์ออกตั้งแต่ยังไม่จบดี เพราะคะแนนห่างกันจนเดาออก แต่ปีนี้ถือว่าทำได้ดี เพราะทำให้แฟนบอลต้องมาลุ้นกันว่าทีมที่ลุ้นชิงแชมป์จะมีโอกาสทำประตูเพิ่มได้หรือเปล่า         ปี 2020 เป็นปีที่เริ่มใช้ VAR หรือ video assistant referees เข้ามาช่วยตัดสินการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกส์ในประเทศไทย ถือเป็นข่าวดีอีกอย่างหนึ่งของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่เราได้สร้างมาตรฐานการแข่งขันที่เทียบเท่าสากล VAR จะช่วยทำให้ผู้ตัดสินสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นระหว่างการแข่งขันในสถานการณ์ที่ยากจะตัดสินได้ด้วยตาเปล่า   ผมคาดการณ์ว่า VAR จะช่วยทำให้เกมสนุกขึ้นอย่างแน่นอน และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายได้ ส่วนเรื่องความเข้าใจกฏกติกา และความเชี่ยวชาญของผู้ตัดสินนั้น มีหลายเสียงพูดกันหนาหูว่าควรมีการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น เพราะหลายๆนัดที่ผ่านมายังไม่เห็นเป็นประจักษ์ถึงศักยภาพขนาดนั้น ควรพัฒนาทักษะทางด้านภาษาอังกฤษด้วยจะดีมาก อันนี้ผมก็เห็นด้วยมากๆเลย เมื่อมีนักฟุตบอลต่างชาติร่วมการแข่งขัน แต่ผู้ตัดสินเองไม่มีความสามารถทางด้านภาษา ก็ไม่อาจอธิบายประเด็นต่างๆกับนักกีฬาได้เคลียร์นะครับ     ไทยลีกส์ 2020 ที่จะถึงในอีกไม่กี่อึดใจนี้ ผมคาดการณ์ว่าทางสโมสรจะมีแผนการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ …