“อัศวินสีส้ม” กับการเดินทางครั้งใหม่…

เชื่อว่า ใครๆที่ติดตามฟุตบอลทีมชาติในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ จะทราบดีว่า “ทัพอัศวินสีส้ม”อย่างทีมชาติเนเธอแลนด์นั้น เป็นพี่ใหญ่อีกหนึ่งทีมบนเวทีระดับโลก เนื่องจากคับคั่งไปด้วยนักเตะชื่อดังมาทุกยุคทุกสมัย

 

 

แต่ด้วยสังขารของเหล่าซุปตาร์อย่าง ร็อบเบน, ชไนเดอร์, ฟาน เพอร์ซี่ และอีกหลาย ๆ คนที่เป็นกำลังหลักในยุคก่อนหน้านี้นั้น  ทิ้งรอยโหว่ใหญ่ๆไว้มากมาย เนื่องจากยากที่จะหาตัวแทน รวมถึงตัวโค้ช อย่าง กุส ฮิดดิ้ง กับ ดิค อัดโวคาท ในวัยใกล้ 70 ซึ่งทั้งคู่ถูกมองว่าล้าสมัยเกินไป ต่อมาได้ไปดึง แดนนี่ บลินด์ มาคุม ก็ดูเหมือนจะมือไม่ถึง ทำให้ชาวกังหัน เห็นได้ชัดถึงความตกต่ำจนน่าใจหายจริง ๆ จากการตกรอบแบ่งกลุ่มถึง 2 รายการด้วยกันก่อนหน้านี้

 

ทว่าเป็น โรนัลด์ คูมัน ที่สามารถปลุกอัศวินสีส้มให้กลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง มีการถ่ายเลือดเกิดขึ้น อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ตัวหลักหลายคนในชุดนี้อยู่กับทีมมาตั้งแต่ช่วงที่อัศวินสีส้มตกต่ำด้วยซ้ำ อาทิ ฟานไดจ์, เดปาย รวมถึงไวนัลดุม ที่รีดฟอร์มจนกลับมาทั้งหมด จนส่งผลดีต่อทีมชาติไปด้วย

 

ทางด้าน อาหยักซ์ อัมสเตอร์สดัม ก็สร้างผลงานเซอร์ไพรส์ในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกส์ ทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือกด้วยดาวรุ่งอย่าง เดอ ลิกต์, เดอ ยอง และ ฟาน เดอ บีก ทั้งหมดถูกส่งเข้าประกวดจนทีมยักษ์ใหญ่จ้องกันตาเป็นมัน นับว่าเป็นดาวรุ่งเพชรเม็ดงามให้ทัพกังหันชุดนี้ ได้ใช้สอย รวมถึงมีรุ่นพี่ตัวเก๋าอย่างดาร์ลี่ย์ บลินด์ ที่น่าจะเก็บประสบการณ์ในรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ดมาใช้ประคองรุ่นน้องได้ไม่มากก็น้อย

 

ทัพอัศวินสีส้มชุดนี้ ผู้รักษาประตูตัวจริง คูมันน์ เลือกใช้ เจสเปอร์ ซิเลสเซ่น ที่หนีการเป็นหางราชสีห์อย่างบาร์เซโลน่าไปหัวหมาให้ บาเลนเซีย มีสองปราการหลังสุดแกร่งอย่าง มัธไทจ์ส เดอ ลิกต์ ที่ย้ายไปอยู่กับไอ้ม้าลาย ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวมหาศาลกว่า 80 ล้านยูโร และ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค เซนเตอร์แบคดีกรีแชมป์ยูฟ่าปีล่าสุด จับคู่กันเป็นกำแพงเมืองเนเธอร์แลนด์ แดนกลางมี แฟรงกี้ เดอ ยอง เป็นตัวคุมจังหวะร่วมกับ มาร์เทน เดอ รูน และ ไวจ์นัลดุม และยังมีอะไหล่ชั้นดีไว้คอยสับเปลี่ยนมากมายอย่าง  ฟาน เดอ บีค, เควิน สตรอทมัน, ดาวี พรอพเพอร์, ปาโบล โรซาริโอ และทอนนี วิลเอน่า

 

 

ในแนวรุกนั้น ถือว่ายืดหยุ่นได้มาก เพราะมีผู้เล่นที่ฝีเท้าเด่นมากมาย มีเพียง เมมฟิส เดปาย เท่านั้นที่เป็นตัวหลักส่วนในรายของ ควินซี่ โพรเมส, ไรอัน บาเบล, สตีเว่น เบิร์ก ไวจ์น, ลุค เดอ ยอง, สตีเว่น เบิร์กฮุยส์ ก็เป็นขุมทรัพยากรที่สามารถสลับสับเปลี่ยนลงมาตามแทคติคและสถานการณ์ที่คูมันน์ต้องการถือเป็นจังหวะที่ลงตัวอย่างมาก ในการผสานตัวหลักทีมชาติชุดนี้เข้ากับสตาร์ดาวรุ่งพุ่งแรง หากเราลองมาไล่เรียงกันดูทุกตำแหน่ง ทั้งฝีเท้า ทั้งฟอร์มการเล่น ทัพขุนพลอัศวินสีส้มในศึกฟุตบอลยูโรที่จะถึงนั้น สามารถตะโกนดังๆได้เลยว่า ..“ก็มาดิคร้าบบบ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *