ศึกแดงเดือด !!! บิ้กแมทช์แห่งเกาะอังกฤษ

 

แฟนลูกหนังทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอเกมบิ้กแมทช์คู่อริตลอดกาลแห่งเกาะอังกฤษในวันอาทิตย์ที่ 19/10/2562 เป็นการโคจรมาพบกันระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล หรือที่แฟนบอลชาวไทยของเรารู้จักกันในนามศึกแดงเดือด

   

ฟุตบอลในโลกการเจอกันระหว่างสองทีมในเมืองเดียวกันแน่นอนมันเป็นอะไรที่เดือดดาลอยู่แล้ว อาทิเช่น ดาร์บี้เมืองมาดริดแห่งสเปน อย่างรีลมาดริด กับ แอตแลตติโก้ มาดริด หรือดาร์บี้แมทช์ลอนดอนระหว่างเชลซีกับอาร์เซนอล และอีกหลายๆเมืองแต่ศึกแดงเดือดที่เอ่ยถึงก่อนหน้านี้ไปนั้นไม่ได้อยู่เมืองเดียวกันแต่อย่างใดแล้วความบาดหมางจนเกิดเป็นดาร์บี้ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในดาร์บี้แมทช์ที่แฟนทั่วโลกตั้งตารอชมไปได้อย่างไร ??

 

 

 

การแข่งขันด้านเศรษฐกิจ

แน่นอน พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจหรือภาษาชาวบ้านก็คือ เรื่องเงินๆทองๆนั้นแหละ หลายท่านอาจจะคิดว่าธรรมดาอยู่แล้วที่ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กับลิเวอร์พูลนั้นจะเรียกว่าดาร์บี้แห่งเกาะอังกฤษได้เพราะว่ากันว่านี่คือสองทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเกาะอังกฤษโดยช่วงยุค 1960-2000 ทั้งสองทีมเป็นคู่แข่งในการแย่งแชมป์ทั้งในประเทศและระดับทวีปอย่างยูฟ่าคัพหรือยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ณ ปัจจุบัน

ก็แค่นั้นหรือเปล่าไม่ใช่แค่การแข่งขันเฉพาะในสนาม พวกเขายังมีการแข่งขันกันในด้านเศรษฐกิจอีกด้วย ย้อนกลับไปเมื่อ 120 กว่าปีที่แล้วทั้งสองเมืองอาจเป็นเพื่อนรักที่ดีต่อกันเลยก็ว่าได้โดยเมืองแมนเชสเตอร์ทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าฝ้าย ส่วนลิเวอร์พูลคือเมืองท่าเรือสำคัญของเกาะอังกฤษโดยสินค้าที่จะส่งออกของเมืองแมนเชสเตอร์จะต้องส่งผ่านเมืองลิเวอร์พูลที่เป็นเมืองท่าในขณะนั้น จนแล้วจนรอดเมื่อทั่วโลกเกิดปัญหาเศรษฐกิจทางทำให้คนเมืองแมนเชสเตอร์เองเดือดร้อนกันเป็นทิวแถวและต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายโดยคิดว่าเมืองท่าอย่างลิเวอร์พูลนั้นเก็บค่าขนส่งสินค้าของพวกเขาแพงเกินไป ทำให้เมืองแมนเชสเตอร์จึงระดมทุมเพื่อขุดคลองยาวมาจากเมอร์ซีย์ไซด์เข้ามาที่เมืองแมนเชสเตอร์โดยตรง จากการทำท่าเรือของเมืองแมนเชสเตอร์ทำให้ผู้คนในเมืองลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งแต่ตรงกันข้ามกับชาวเมืองลิเวอร์พูลพวกเขามีคู่แข่งขึ้นมาใหม่ซึ่งเคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทำให้คนเมืองลิเวอร์พูลที่ทำงานเกี่ยวกับขนส่งสินค้าทางเรือหรือทำเกี่ยวกับท่าเรือตกงานกันเป็นทิวแถว และนี่คือจุดเริ่มต้นความบาดหมางของสองเมืองนี้ที่ไม่อาจหารอยต่อได้อย่างสิ้นเชิง

 

 

การแข่งขันในสนามฟุตบอล

ในด้านฟุตบอลทั้งสองทีมยังคงเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่อันดันต้นๆของเกาะอังกฤษตั้งแต่สมัยที่ลีกอังกฤษยังเป็นดิวิชั่น 1 โดยลิเวอร์พูลนั้นได้แขมป์ดิวิชั่น 1 ไปถึง 18 ครั้ง ในขณะที่แมนยูได้เคยคว้ามาเพียงแค่ 7 ครั้ง และไม่เคยได้แชมป์ดิวิชั่น 1 ตลอดช่วง 26 ปีหลังจนกระทั่งชายที่ชื่อ อเล็ก เฟอร์กูสันเข้ามาคุมทีมพวกเขาคว้าแชมป์มากมายจนแซงลิเวอร์พูลมาที่ 20 ครั้ง ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลต้องการที่จะทำลายสถิติที่แมนยูทำไว้ให้ได้โดยลิเวอร์พูลเองไม่เคยได้แชมป์ลีกของประเทศอังกฤษอีกเลยหลังจากเปลี่ยนชื่อเป็นพรีเมียร์ลีก

 

พรีเมียร์ลีกแดงเดือดยังเดือดอยู่ไหม ???

แม้ปัจจุบันจะมีช่วงที่ลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผลัดกันทำผลงานได้ไม่ดีแต่ความเดือดของศึกแดงเดือดนั้นไม่มีทางที่จะลดดีกรีความเดือดลงไปได้ นอกจากพวกเขาจะแข่งขันกันในสนามแล้วแน่นอนความเป็นคู่แค้นจากเรื่องราวเก่าๆ ทำให้พูดถึงศึกแดงเดือดเมื่อไหร่มันก็ยังขลังในมุมของแฟนฟุตบอลทั่วโลกทุกที

 

 

ทำไมฤดูกาลนี้ยังเดือดอยู่

ด้วยความที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผลงาดรอปมาหลายปีตั้งแต่ เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันออกจากทีมไปพวกเขาแทบจะไม่ได้ลืมตาอ้าปากได้เลยต้องเปลี่ยนกุนซือไปหลายต่อหลายคนจนปัจจุบันแมนยูหันกลับมาใช้งานศิษย์ก้นกุฎิของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันอย่างโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์กุนซือชาวนอร์เวย์ในสมัยที่โซลชาร์เป็นนักเตะแน่นอนไม่มีใครค่อนขอดในฝีเท้าของเขาอยู่แล้วแต่ในแง่กุนซือโซลชาร์เองต้องพิสูจน์ฝีมืออีกเยอะและฤดูกาลของเขากับแมนยูเริ่มต้นได้ไม่สวยนักโดยปัจจุบันอยู่อันดับ 13 แต้งห่างจากโซนตกชั้นเพียง 3 คะแนนโดยเตะไปแล้ว 8 นัด แม้พวกเขาจะมีนักเตะอย่างป็อกบา มาต้า เดเกอา หรือแม้แต่ตัวใหม่ทีมเสริมเข้ามาเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลกอย่างแฮรี่ แมกไกวร์ พวกเขายังทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ กลับกันฝั่งลิเวอร์พูลแม้ฤดูกาลที่แล้วจะคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกมาหมาดๆ โดยสองฤดูกาลก่อนก็เพิ่งเข้าชิงถึงถ้วยนี้แต่ต้องอกหักให้กับรีลมาดริดไป และผลงานในลีกปัจจุบันพวกเขาแข่ง 8 นัดชนะรวดอยู่อันดับที่ 1 โดยเป็นทีมเดียวในยุโรปตอนนี้ที่ชนะทุกนัดไม่มีเสมอหรือแพ้ถ้าพวกเขาชนะ 9 นัดรวดจะเป็นสถิติสูงสุดบนเกาะอังกฤษโดยไม่มีทีมฟุตบอลไหนทัดเทียมได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลงานอันเอกอุของลิเวอร์พูลชุดนี้ต้องขอบคุณกุนซือมือฉมังจากเยอรมันอย่างเจอร์เก้น คลอปป์ไม่มากก็น้อย และที่ศึกแดงเดือดครั้งนี้ยังเดือดเหมือนน้ำที่เพิ่งขึ้นจากเตาใหม่ๆก็คือ การพิสูจน์ตัวเองของโซลชาร์และลูกทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของเขา หรือจะเป็นการทำสถิติชนะในลีกติดต่อกันสูงสุดบนเกาะอังกฤษของลิเวอร์พูลกันแน่ ใครจะอยู่ใครจะไป อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคมนี้ เดี๋ยวรู้กัน !!!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *